เจาะลึกประเภทพัดลมโรงงาน: Axial vs Centrifugal แบบไหนที่เหมาะกับงานคุณ?
การเลือกพัดลมอุตสาหกรรม (Industrial Fans) เป็นเรื่องที่มากกว่าแค่การดูขนาดมอเตอร์ เพราะพัดลมแต่ละประเภท
ถูกออกแบบมาเพื่อ “ภารกิจ” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับพัดลม 2 ตระกูลหลัก และเจาะลึก
ลงไปถึงประเภทใบพัดย่อย เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้ถูกงาน คุ้มค่าเงิน และไม่เกิดปัญหาตามมาทีหลัง
1. ตระกูลพัดลมไหลตามแกน (Axial Fans)
“เน้นลมแรง ระบายอากาศทั่วไป”
พัดลมตระกูลนี้ทำงานเหมือนพัดลมตั้งโต๊ะ คือดูดลมจากด้านหลังและเป่าออกด้านหน้าในแนวตรง (ขนานกับแกนมอเตอร์)
จุดเด่นคือให้ปริมาณลม (Flow) มหาศาลในราคาที่ประหยัด แต่ไม่สู้แรงต้านทาน (Static Pressure)
1.1 พัดลมใบพัดธรรมดา (Propeller Fan)
* ลักษณะ: เหมือนพัดลมบ้านทั่วไป มักติดบนผนังหรือหลังคา (Roof Ventilator)
* จุดเด่น: ราคาถูกที่สุด น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
* เหมาะสำหรับ: งานระบายอากาศทั่วไปที่ “ไม่มีท่อลม” หรือท่อสั้นมาก เช่น ระบายความร้อนในโกดัง ระบายกลิ่นในห้องน้ำ
* ข้อควรระวัง: แรงดันต่ำมาก หากเจอลมต้านนิดเดียว ลมจะวูบหายทันที
1.2 พัดลมท่อ (Tubeaxial Fan)
* ลักษณะ: เป็นใบพัดที่บรรจุอยู่ในท่อทรงกระบอก (Cylinder) ใบพัดมักมีจำนวนมากขึ้นและมุมชันขึ้น
* จุดเด่น: สร้างแรงดันได้ดีกว่าแบบ Propeller ส่งลมไปได้ไกลขึ้น
* เหมาะสำหรับ: งานดูดควันเชื่อม, งานระบายอากาศที่ต้องต่อท่อระยะสั้นถึงปานกลาง
* ข้อควรระวัง: เสียงค่อนข้างดัง
1.3 พัดลมท่อแบบมีครีบ (Vaneaxial Fan)
* ลักษณะ: เป็นรุ่นท็อปของตระกูล Axial ภายในท่อจะมี “ครีบนำทาง” (Guide Vanes) ช่วยดัดลมให้พุ่งตรง ไม่หมุนวน
* จุดเด่น: ประสิทธิภาพสูงที่สุดในกลุ่ม สร้างแรงดันได้สูงพอสมควร (เกือบเทียบเท่า Centrifugal บางรุ่น)
* เหมาะสำหรับ: งานที่ต้องการความประหยัดไฟสูงสุด ในพื้นที่ติดตั้งที่จำกัด เช่น อุโมงค์ลม, เหมืองแร่
2. ตระกูลเครื่องเป่าลมแรงเหวี่ยง (Centrifugal Blowers / Fans)
“เน้นแรงดันสูง สู้ท่อลมและไส้กรอง”การทำงานคล้ายหอยโข่ง ลมเข้าตรงกลางแล้วถูกเหวี่ยงออกด้านข้าง 90 องศา
จุดเด่นคือ “แรงดันสถิตสูง” (High Static Pressure) เหมาะกับการอัดลมผ่านอุปสรรคต่างๆ
2.1 ใบพัดโค้งไปข้างหน้า (Forward Curved – FC / กรงกระรอก)
* ลักษณะ: ซี่ใบพัดถี่และเล็ก เหมือนกรงหนูแฮมสเตอร์ ปลายใบชี้ไปทางหมุน
* จุดเด่น: สร้างลมได้เยอะในขณะที่รอบหมุนต่ำ ทำให้ “เสียงเงียบ” และขนาดเครื่องเล็กกะทัดรัด
* เหมาะสำหรับ: แอร์บ้าน, FCU, AHU ขนาดเล็ก, งานเป่าลมเย็นที่ไม่มีฝุ่น
* ข้อควรระวัง: “มอเตอร์ไหม้ง่าย” (Overloading) หากเดินเครื่องโดยไม่มีโหลด (เช่น ถอดท่อลมออก)
มอเตอร์จะกินกระแสไฟเกินพิกัดทันที และทำความสะอาดยากมาก
2.2 ใบพัดโค้งไปข้างหลัง (Backward Curved/Inclined – BC)
* ลักษณะ: ใบพัดใหญ่ หนา และปลายใบชี้หนีทิศทางการหมุน
* จุดเด่น: “ประหยัดไฟ” และมีความเสถียรสูง กราฟการกินไฟเป็นแบบ Non-overloading (ปลอดภัยต่อมอเตอร์) ทนทานกว่าแบบกรงกระรอก
* เหมาะสำหรับ: ระบบระบายอากาศในอาคารใหญ่, โรงงาน, ระบบที่มีไส้กรองอากาศหนาๆ (HEPA Filter)
* ข้อควรระวัง: ต้องใช้รอบหมุนสูงกว่าเพื่อให้ได้ลมเท่ากัน
2.3 ใบพัดแบบแฉก (Radial / Paddle Wheel)
* ลักษณะ: ใบตรงๆ แข็งแรง เหมือนไม้พาย น้อยใบ (6-10 ใบ)
* จุดเด่น: “ไม่อุดตัน” แรงเหวี่ยงจะสลัดวัสดุออกจากใบพัดเอง (Self-cleaning) และทนการเสียดสีได้ดีเยี่ยม
* เหมาะสำหรับ: งานหนักๆ เช่น ขนถ่ายวัสดุ, ดูดขี้เลื่อย, ดูดเม็ดพลาสติก, ลมที่มีฝุ่นผงหรือน้ำมันปนเปื้อนเยอะ
* ข้อควรระวัง: เสียงดังที่สุด และกินไฟเยอะที่สุดในกลุ่ม
2.4 ใบพัดแบบปีกเครื่องบิน (Airfoil – AF)
* ลักษณะ: ใบพัดหนา-บางไม่เท่ากัน รูปทรงลู่ลมเหมือนปีกเครื่องบิน
* จุดเด่น: “ประสิทธิภาพสูงสุด” และ “เสียงเงียบที่สุด” ในตระกูล Centrifugal
* เหมาะสำหรับ: อาคารเขียว (Green Building), โรงงานที่ต้องการประหยัดพลังงานสูงสุด และเป็นลมสะอาด
* ข้อควรระวัง: ราคาแพง และห้ามใช้กับลมที่มีฝุ่น เพราะฝุ่นจะกัดเซาะผิวใบจนทะลุได้ง่าย
3. สรุปการเลือกใช้งาน (Quick Selection Guide)
- ระบายความร้อนโรงงาน (ไม่มีท่อ) | Axial (Propeller) | ลมเยอะ ราคาถูก |
- แอร์อาคาร / ห้อง Clean Room | Centrifugal (Backward/Airfoil) | สู้แรงดันไส้กรองได้ ประหยัดไฟ |
- ดูดฝุ่นไม้ / โรงงานปูน / ขนส่งเม็ด | Centrifugal (Radial) | ใบพัดไม่ตัน ทนทาน |
- ตู้เป่าลมเย็นขนาดเล็ก / ลมสะอาด | Centrifugal (Forward/กรงกระรอก) | เงียบ กะทัดรัด |
- พื้นที่จำกัดมาก แต่ต้องต่อท่อลม | Mixed Flow / Tubeaxial | ติดตั้งแทรกในท่อได้เลย |
Tips สำหรับบทความ: การเลือกพัดลมผิดประเภท เช่น เอาพัดลมกรงกระรอกไปดูดฝุ่น จะทำให้ฝุ่นเกาะจนพัดลมสั่นและพังในเวลาอันสั้น