การวัด ความเร็วลมหน้า Hood งานครัว (Kitchen Hood Face Velocity) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยืนยันว่า Hood สามารถ Capture & Containment ควัน ไอน้ำมัน และความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่วัดเฉพาะปริมาณลม (CFM หรือ L/s) เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปใช้ร่วมกับการทดสอบด้วยควัน (Smoke Test) เพื่อยืนยันการดูดจับจริง
อุปกรณ์ที่ใช้
- Hot Wire Anemometer (แนะนำที่สุด)
- Vane Anemometer
- Smoke Tube หรือ Smoke Generator สำหรับทดสอบการดูดจับควัน
ขั้นตอนการวัด
- เปิดระบบให้ทำงานปกติ
- เปิดพัดลมดูดอากาศ
- เปิดระบบ Makeup Air ตามสภาพใช้งานจริง
- ถ้าเป็นไปได้ เปิดอุปกรณ์ทำอาหารเพื่อให้เกิด Thermal Plume
- แบ่งพื้นที่หน้า Hood เป็น Grid
- แบ่งช่องวัดให้มีขนาดใกล้เคียงกัน เช่น 300 × 300 mm หรือประมาณ 1 ft² ต่อจุด
- Hood ขนาดใหญ่ควรวัดหลายจุด (9–25 จุด)
- วัดที่กึ่งกลางแต่ละช่อง
- ถือหัววัดให้ตั้งฉากกับทิศทางลม
- ระนาบหัววัดอยู่บริเวณหน้า Hood
- บันทึกค่าความเร็วลม (m/s)
แนวทางการแบ่งเป็นกริดและวัดค่าที่กึ่งกลางแต่ละช่องเป็นวิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวัด Face Velocity ของ Hood
- คำนวณค่าเฉลี่ย
V_{avg}=\frac{V_1+V_2+\cdots+V_n}{n}
ตัวอย่าง
จุด ความเร็ว (m/s)
1 0.46
2 0.50
3 0.44
4 0.48
5 0.47
6 0.49
7 0.45
8 0.46
9 0.50
ค่าเฉลี่ย
V_{avg}=0.47\ \text{m/s}
การแปลผล
สำหรับ Hood งานครัวเชิงพาณิชย์ ไม่ได้กำหนดค่า Face Velocity ตายตัวเหมือนตู้ดูดควันห้องปฏิบัติการ แต่โดยประสบการณ์งานภาคสนาม หากความเร็วบริเวณหน้า Hood อยู่ประมาณ 0.25–0.50 m/s และผ่านการทดสอบควัน จะสามารถ Capture ได้ดี ทั้งนี้ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิด Hood, ระยะยื่น (Overhang), ปริมาณลม Exhaust และการจัดระบบ Makeup Air ด้วย
สิ่งที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
- ✅ Smoke Test ต้องไม่มีควันรั่วออกด้านหน้า
- ✅ ไม่มีลมจากแอร์หรือประตูพัดตัดหน้า Hood
- ✅ Makeup Air ไม่แรงจนผลักควันออกจาก Hood
- ✅ ตรวจสอบปริมาณลม Exhaust (CFM หรือ L/s) ให้ตรงตามแบบ
สำหรับงาน TAB (Testing, Adjusting & Balancing) ผมสามารถจัดทำ แบบฟอร์มวัดความเร็วหน้า Hood งานครัว พร้อมตารางบันทึกค่า 25 จุด และคำนวณค่าเฉลี่ยอัตโนมัติใน Excel ไ