ทำไม “การปรับ Balance ปริมาณลม” ถึง สำคัญมากที่สุด ในงาน Cleanroom
ในงานคลีนรูม การ Balance ลมไม่ใช่งานจูนเล็ก ๆ แต่คือหัวใจของ ความสะอาด ความปลอดภัย และมาตรฐาน ถ้าลมไม่บาลานซ์ = ห้องไม่คลีน แม้จะติด HEPA ราคาแพงก็ตาม
1) คุม “ทิศทางการไหลของอากาศ” (Pressure Cascade) คลีนรูมต้องบังคับให้ลมไหล จากสะอาด → สกปรก
พื้นที่ ความดัน
Cleanest +++++
Cleanroom +++
Corridor +
Utility / Toilet −
👉 ถ้า Supply ≠ Return/Exhaust
➡ ความดันพัง
➡ ฝุ่น/เชื้อ ไหลย้อนเข้าห้อง
2) รักษา Class ของ Cleanroom (ISO / GMP)
แต่ละ Class ต้องการ Air Change Rate (ACH) ที่ชัดเจน Class ACH โดยประมาณ
ISO 8 20–30 ACH
ISO 7 30–60 ACH
ISO 6 60–90 ACH
❌ ถ้าลม “ไม่ครบ”
• ACH ต่ำกว่ากำหนด
• Particle Count ไม่ผ่าน
• Audit / Validation ตกทันที
3) HEPA Filter จะ “ไร้ค่า” ถ้าลมไม่ Balance
HEPA ต้องการ Face Velocity ที่เหมาะสม (≈ 0.45 m/s)
• ลมมากเกิน →
– Turbulence
– ฝุ่นฟุ้ง
• ลมน้อยเกิน →
– Dead zone
– ฝุ่นสะสม
👉 Balance ลม = HEPA ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
4) คุมการไหลแบบ Laminar / Unidirectional ใน Cleanroom
• ต้องการ ลมเรียบ สม่ำเสมอ
• ไม่มีวน (Recirculation)
ถ้าไม่ Balance:
• ลมบางหัวแรง บางหัวอ่อน
• เกิด Eddy / Swirl
• ฝุ่นไม่ถูกพัดออกจากพื้นที่ทำงาน
5) คุมการรั่วผ่านประตู & Airlock Airlock ต้องอาศัย ΔP จากปริมาณลม
สถานะ ผล
ลม Balance ดี ประตูเปิด = ลมพัดออก
ลม Balance พัง ประตูเปิด = ฝุ่นดูดเข้า
👉 ห้องคลีนจำนวนมาก “พัง” เพราะ ลมไม่บาลานซ์ ไม่ใช่เพราะเครื่องไม่ดี
6) ลดปัญหาใช้งานจริง (Operation Problems) ถ้าลมไม่ Balance จะเจอ
• ผู้ใช้งานบ่นลมแรง/ลมไม่ถึง
• Condensation ที่ diffuser
• เสียงลมดัง
• พลังงานสูง แต่ผลลัพธ์ไม่ผ่าน
7) Balance ลม = เงื่อนไขหลักของ Commissioning ในการทดสอบ Cleanroom ต้องผ่าน
• Airflow Volume (CFM / m³/h)
• Room Pressure
• Recovery Time
• Particle Count
❌ ถ้าไม่ Balance ลม → ทดสอบอื่นไม่ต้องคุย
สรุปแบบสั้น
Cleanroom ไม่ได้สะอาดเพราะ HEPA
แต่สะอาดเพราะ “ลมถูก Balance อย่างถูกต้อง”