หลักการระบายอากาศสำหรับลานจอดรถ (Parking Garage Ventilation)
A

หลักการระบายอากาศสำหรับลานจอดรถ (Parking Garage Ventilation)

แบบวิศวกรใช้จริง ครอบคลุมทั้ง หลักการออกแบบ, ค่า ACH, ปริมาณลม,

CO Control, Pressurization, และตัวอย่างคำนวณ

🔵 1) วัตถุประสงค์หลักของการระบายอากาศในลานจอดรถ
 1. ลดความเข้มข้นของก๊าซพิษ
 • CO (Carbon Monoxide) จากไอเสียรถยนต์
 • NOx (โดยเฉพาะในรถดีเซล)
 2. ป้องกันการสะสมของควันในกรณีอัคคีภัย
 3. ควบคุมอุณหภูมิและหมุนเวียนอากาศ
 4. รักษาความสบายของผู้ใช้อาคาร

มาตรฐานหลักที่อ้างอิง:
 • ASHRAE 62.1
 • NFPA 88A
 • Local Code (กฎหมายอาคารไทย)

🔵 2) ประเภทการระบายอากาศที่ใช้ในลานจอดรถ
A) Mechanical Ventilation — ระบบท่อลม + พัดลมดูด/เป่า

ข้อดี
✔ ควบคุมทิศทางลมได้
✔ รองรับอาคารขนาดใหญ่

ข้อเสีย
✘ ท่อจำนวนมาก
✘ ค่าไฟสูงกว่า

😎 Jet Fan Ventilation — ระบบไม่ใช้ท่อ
ใช้ Jet Fan เป่าลมแนวนอนให้ไหลไปจุดดูดอากาศ
ข้อดี
✔ ลดงานท่อ 90%
✔ ลมกระจายทั่วพื้นที่
✔ ประหยัดพลังงาน

ข้อเสีย
✘ ต้องออกแบบ CFD
✘ ราคาตัว Jet Fan สูง

🔵 3) ค่าอัตราการระบายอากาศที่ต้องการ (ตามมาตรฐาน) ASHRAE 62.1
 • 0.75 CFM/ft² (≈ 13.5 L/s·m²) หรือ
 • 6–10 ACH สำหรับ Mechanical Ventilation
 • 3 ACH (min) เมื่อมีระบบ CO Control

NFPA 88A : Standard for Parking Structures ระบุว่า
 • Enclosed Garage = 4–6 ACH
 • ใช้ CO Sensor เปิดพัดลมตามระดับ CO

🔵 4) ระบบควบคุม CO Sensor (Demand-Control Ventilation)
เพื่อประหยัดพลังงาน พัดลมจะทำงานตามระดับ CO
ระดับ CO คำสั่งควบคุม
< 25 ppm ปิดพัดลม
25–50 ppm พัดลมทำงานต่ำ (50%)
50–100 ppm พัดลมทำงานสูง (100%)
> 100 ppm แจ้งเตือน + ทำงานเต็มที่

ข้อดีของ CO-Based Control
✔ ลดการใช้พลังงาน 40–60%
✔ ยืดอายุพัดลม
✔ อากาศสดชื่นตลอดเวลา

🔵 5) หลักการวิเคราะห์การไหลของอากาศในลานจอดรถ
1. อากาศใหม่ (Fresh Air) ต้องเข้าทางด้านหนึ่ง
2. พัดลมดูดอากาศ (Exhaust Fan) ต้องอยู่ด้านตรงข้าม
3. ต้องไม่มี “Dead Air Zone” พื้นที่ที่ลมไม่เคลื่อนที่ เช่น มุมอับ
4. หลีกเลี่ยงลมหมุนวน (Short Circuiting) พัดลมหันเข้าหากัน → ประสิทธิภาพลดลง
5. อากาศควรเคลื่อนที่เร็วอย่างน้อย 0.5–1.0 m/s

🔵 6) วิธีคำนวณปริมาณลมแบบง่าย (ACH Method) สมมติ:
 • พื้นที่ = 40 × 30 m = 1,200 m²
 • สูง = 3 m
 • ค่า ACH = 6 ACH (ตาม ASHRAE)

1) Volume = 1,200 × 3 = 3,600 m³
2) ปริมาณลมรวม = Volume × ACH
= 3,600 × 6
= 21,600 m³/hr

แปลงเป็น CFM (ถ้าต้องการ)
1 m³/hr = 0.5886 CFM
→ 12,715 CFM

3) จำนวนพัดลม
ถ้าใช้พัดลม 10,000 m³/hr (ทิศทางดูด)
จำนวนพัดลม = 21,600 ÷ 10,000 = 2.16 → ใช้ 3 ตัว

🔵 7) หลักการวางพัดลม (Layout)
✔ Exhaust Fan ติดตั้งที่ผนังสูง ~2.5 m
✔ Fresh Air Intake ด้านตรงข้าม
✔ Jet Fan ติดเพดาน เป่าลมไปยังจุดดูด
✔ พื้นที่ใต้ท้องคานต้องไม่ขวางทิศทางลม

🔵 😎 ข้อกำหนดพิเศษสำหรับกรณีไฟไหม้
ตาม NFPA 88A:
 • ต้องสามารถระบายควัน (Smoke Control)
 • ต้องแยกวงจรไฟฟ้าพัดลมเป็น Fire Mode
 • Jet Fan ต้องทนความร้อน 250°C – 300°C (2 ชั่วโมง)

Scroll to Top