วิธีการเลือกใช้โบลเวอร์ (Blower) ให้เหมาะสมกับงาน
oooo

นี่คือคอนเทนต์เรื่อง “คู่มือวิธีการเลือกใช้โบลเวอร์ (Blower) ให้เหมาะสมกับงาน” แบบละเอียด

ครอบคลุมตั้งแต่ปัจจัยพื้นฐานไปจนถึงเทคนิคเชิงลึกครับ คุณสามารถนำไปใช้ทำบทความ, คู่มือการสอน, หรือสเปกงานได้เลย
คู่มือเจาะลึก: วิธีการเลือกใช้โบลเวอร์ (Blower Selection Guide)
การเลือกโบลเวอร์ (Blower) หรือพัดลมอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่การเลือกขนาดท่อเข้า-ออก แต่หัวใจสำคัญคือการ “แมตช์”

สมรรถนะของเครื่องให้เข้ากับ “ความต้านทาน” ของระบบ หากเลือกผิด อาจเกิดปัญหาลมไม่พอ มอเตอร์ไหม้ หรือเสียงดังเกินมาตรฐาน
นี่คือ 5 ขั้นตอนสำคัญในการเลือกโบลเวอร์อย่างมืออาชีพครับ
1. เข้าใจ 3 ตัวแปรหลัก (The Big Three)
ก่อนจะไปดูแคตตาล็อกสินค้า คุณต้องมีข้อมูล 3 อย่างนี้ในมือก่อนครับ:
1.1 ปริมาณลม (Airflow / Capacity)
คือปริมาณอากาศที่ต้องการขนถ่ายในหนึ่งหน่วยเวลา
 * หน่วยที่นิยม: CFM (ลูกบาศก์ฟุตต่อนาที), CMM (ลูกบาศก์เมตรต่อนาที), หรือ m^3/hr
 * ข้อควรระวัง: ต้องเผื่อ Loss ในระบบประมาณ 10-20% จากค่าที่คำนวณได้จริงเสมอ
1.2 แรงดันลม (Static Pressure – SP)
นี่คือค่าที่ สำคัญที่สุด และมักถูกมองข้าม คือแรงดันที่ต้องใช้เพื่อ เอาชนะแรงเสียดทาน ในระบบท่อ, ข้องอ, ถุงกรองฝุ่น, หรือฮีตเตอร์
 * หน่วยที่นิยม: mm.Wg (มิลลิเมตรน้ำ), Pa (ปาสกาล), หรือ in.Wg
 * หลักการ: ยิ่งท่อยาว ข้องอเยอะ หรือมีไส้กรองละเอียด ยิ่งต้องการ Static Pressure สูง
1.3 อุณหภูมิและความหนาแน่นอากาศ (Temperature & Density)
โบลเวอร์มาตรฐานมักออกแบบที่อุณหภูมิห้อง (20-25°C) หรือ Standard Air Density (1.2 kg/m^3)
 * ถ้าใช้อากาศร้อน: อากาศจะขยายตัวและเบาลง (Density ต่ำ) ต้องมีการคำนวณแก้ค่า (Correction Factor)

เพื่อเลือกขนาดมอเตอร์และรอบใบพัดที่ถูกต้อง ไม่อย่างนั้นจะได้ลมไม่พอ

2. เลือกประเภทใบพัด (Impeller Types) ให้ถูกงาน
ใบพัดคือหัวใจของโบลเวอร์ การเลือกผิดประเภทอาจทำให้ใบพัดพังเสียหายหรือกินไฟโดยใช่เหตุ
ก. Centrifugal Blower (โบลเวอร์แรงเหวี่ยงหนีศูนย์)
นิยมใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรม แบ่งตามลักษณะใบพัดดังนี้:
| ประเภทใบพัด | ลักษณะเด่น | เหมาะกับงาน | ข้อควรระวัง |

| Forward Curved (กรงกระรอก) | ใบถี่ โค้งไปด้านหน้า | งานปรับอากาศ (HVAC), เติมอากาศห้องสะอาด, เสียงเงียบ

| ห้ามใช้กับงานที่มีฝุ่น เพราะฝุ่นจะเกาะใบพัดทำให้เสียสมดุล | Backward Curved (โค้งไปด้านหลัง) | ประสิทธิภาพสูง (High Eff.),

กินไฟน้อย (Non-overloading) | งานระบายอากาศทั่วไป, ดูดควันเชื่อม, ฝุ่นเบาๆ | ราคาสูงกว่าแบบ Forward เล็กน้อย แต่ประหยัดไฟระยะยาว 
| Radial Blade (ใบตรง) | ใบพัดหนา แข็งแรงมาก เหมือนกังหันน้ำ | งานลำเลียงวัสดุ เช่น ขี้เลื่อย, เม็ดพลาสติก, เศษผ้า

| เสียงดัง และประสิทธิภาพต่ำกว่าแบบอื่น แต่ทนทานสุดๆ 


ข. Roots Blower / Positive Displacement
 * ลักษณะ: ให้ปริมาณลมคงที่ แต่ทำแรงดันได้สูงมาก
 * เหมาะกับ: บ่อบำบัดน้ำเสีย (เติมอากาศ), งานลำเลียงผงแป้งระยะไกล (Pneumatic Conveying)
ค. Axial Fan (พัดลมถังกลม)
 * ลักษณะ: ลมไหลผ่านแกนมอเตอร์ ให้ Volume สูง แต่ Pressure ต่ำ
 * เหมาะกับ: งานระบายความร้อนในโรงงาน, ดูดอากาศเสียออกจากอาคาร (ไม่เน้นส่งผ่านท่อยาวๆ)

3. เลือกวัสดุโครงสร้าง (Material Construction)
สภาพแวดล้อมที่โบลเวอร์ติดตั้งอยู่เป็นตัวกำหนดวัสดุ:
 * Carbon Steel (เหล็กดำพ่นสี): สำหรับงานอากาศปกติ ไม่มีความชื้นหรือสารเคมี
 * Stainless Steel (SUS304 / SUS316): สำหรับงานอาหาร (Food Grade), งานที่มีความชื้นสูง, หรือไอระเหยสารเคมี
 * FRP / PVC / PP: สำหรับงานดูดไอสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง (Corrosive Fume Scrubber)
 * High Temp Construction: หากอุณหภูมิเกิน 100^\circ C ต้องมีชุดระบายความร้อนเพลา (Cooling Wheel) และใช้ลูกปืนทนความร้อน


4. ระบบขับเคลื่อน (Drive Arrangement) การส่งกำลังจากมอเตอร์ไปใบพัด มีผลต่อการซ่อมบำรุง:
 * Direct Drive (ขับตรง):
    – ข้อดี: ไม่ต้องบำรุงรักษาสายพาน, กระทัดรัด, ประสิทธิภาพการส่งกำลังสูง
    – ข้อเสีย: ปรับรอบความเร็วไม่ได้ (ต้องใช้ VSD ช่วย), แรงกระแทกส่งถึงมอเตอร์โดยตรง
 * Belt Drive (ขับสายพาน):
    – ข้อดี: ปรับเปลี่ยนรอบความเร็ว (RPM) ได้ง่ายโดยการเปลี่ยนพูลเล่ย์, ซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี
    – ข้อเสีย: สายพานอาจหย่อน ต้องตั้งความตึงสม่ำเสมอ, เปลืองพื้นที่ติดตั้งมากกว่า


5. ตรวจสอบ Performance Curve
อย่าดูแค่ Nameplate! คุณต้องขอกราฟ Performance Curve จากผู้ขาย เพื่อดูจุดทำงาน (Operating Point)
 * จุดที่ดีที่สุด: ควรเลือกโบลเวอร์ที่ทำงานอยู่ในช่วง Peak Efficiency ของกราฟ (จุดที่กราฟภูเขาอยู่สูงสุด)
 * หลีกเลี่ยง: อย่าเลือกโบลเวอร์ที่จุดทำงานอยู่ขวาสุดของกราฟ (Stalling zone) เพราะจะทำให้มอเตอร์ทำงานหนักเกินไปและเสียงดัง

สรุป Checklist ก่อนสั่งซื้อ
 * Application: เอาไปใช้ทำอะไร? (ดูดฝุ่น, เป่าแห้ง, ลำเลียงวัสดุ)
 * Airflow: ต้องการลมกี่ CFM / CMM?
 * Static Pressure: แรงดันสูญเสียในระบบเป็นเท่าไหร่?
 * Temp & Condition: อุณหภูมิ, ความชื้น, หรือมีสารเคมีไหม?
 * Power Source: ไฟฟ้าที่ใช้ (380V 3Phase หรือ 220V 1Phase)
 * Sound Level: มีข้อจำกัดเรื่องเสียงรบกวนหรือไม่? (ถ้ามีต้องติด Silencer)คลิกที่นี้เพื่อพิมพ์ข้อความระบบ

Scroll to Top