ปัญหาที่เจอบ่อยใน “ระบบครัวเชิงพาณิชย์”
4

คำถามนี้ยอดเยี่ยมมาก— เป็นปัญหาที่เจอบ่อยใน “ระบบครัวเชิงพาณิชย์”
หลายแห่ง ติดตั้ง Hood ดูดอากาศอย่างเดียว แต่ ไม่ได้ออกแบบ Fresh Air หรือ

Makeup Air เข้ามาชดเชยอากาศที่ถูกดูดออกผลที่ตามมามีทั้งด้านความดัน อุณหภูมิ

และประสิทธิภาพของระบบครับ 👇

🔥 1. ความดันในห้องครัว “ติดลบมากเกินไป” (Excessive Negative Pressure)

เมื่อ Hood ดูดอากาศออกโดยไม่มีการเติมอากาศใหม่
→ ความดันภายในครัวจะต่ำกว่าพื้นที่รอบข้างมาก
ผลกระทบ:
 • เปิดประตูครัวได้ยาก (ประตูดูดแน่น)
 • ลมร้อนหรือกลิ่นจากครัว “รั่วเข้าไปในพื้นที่อื่น” เช่น ห้องอาหาร
 • ลมจากช่องแอร์ในห้องอื่นย้อนเข้าในครัว

🌫️ 2. Hood ดูดไม่ดี – ประสิทธิภาพลดลง

ระบบดูดควันจะทำงานได้ดีต่อเมื่อมีอากาศไหลเข้าครัวพอสมดุล
แต่ถ้าไม่มี Fresh Air → การไหลของลมใต้ Hood จะ “ไม่สมบูรณ์”
ผลกระทบ:
 • ควันหลุดออกนอก Hood
 • อุณหภูมิในครัวสูงมาก
 • กลิ่นและไอร้อนลอยออกนอกห้อง

⚡ 3. พัดลม Exhaust ทำงานหนักเกิน (Overload)

เพราะอากาศภายในห้องครัวมีแรงดันต่ำ
→ พัดลมต้องหมุนเร็วขึ้นเพื่อพยายามดูดอากาศออก
ผลที่เกิดขึ้นคือ:
 • Motor ร้อน
 • เสียงดัง
 • อายุการใช้งานสั้นลง

💨 4. การไหลเวียนอากาศในอาคารเสียสมดุล

ถ้าครัวไม่มี Makeup Air → อากาศจากโซนอื่น (ห้องอาหาร, ล็อบบี้) จะถูกดูดเข้าครัวแทน
ผลคือ:
 • โซนอื่นเริ่มร้อนขึ้น เพราะอากาศถูกดูดออกไป
 • ระบบปรับอากาศรวม (AHU/FCU) ทำงานหนัก
 • ความดันของทั้งอาคารผิดสมดุล (Air balance เสีย)

💧 5. ความชื้นสูงและปัญหาการควบแน่น (Condensation)

เมื่ออากาศร้อนชื้นจากการประกอบอาหารไม่ถูกดูดออกหมด
จะเกิด “น้ำเกาะ” บนฝ้า, ผนัง, หรือท่อลมเย็น → เสี่ยงเชื้อราและคราบไขมันสะสม

✅ แนวทางการออกแบบที่ถูกต้อง
 1. อัตราการเติมอากาศ (Makeup Air) ≈ 80–90% ของอากาศที่ Hood ดูดออก
 • ส่วนที่เหลือ (10–20%) ให้เป็น Negative Pressure เพื่อป้องกันกลิ่นรั่วออก
 2. อุณหภูมิอากาศที่เติมเข้า: ควรเย็นลง (ประมาณ 26–30°C) เพื่อช่วยลดอุณหภูมิครัว
 3. ตำแหน่งจ่ายลม: จ่ายด้านหน้าหรือรอบ Hood เพื่อ “พยุง” ลมเข้าสู่ Hood อย่างมีทิศทาง
 4. ติดตั้ง Damper / Grill / Diffuser ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับ Kitchen Makeup Air

Scroll to Top