มาตรฐานความเร็วลมในท่อ (Duct Velocity) ตามแนวทางของ ASHRAE (American Society of Heating, Refrigerating and Air-Conditioning Engineers) ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลขเดียวตายตัว แต่จะแบ่งตาม ประเภทของการใช้งาน (Application) และ ระดับเสียงที่ยอมรับได้ (Noise Criteria) ครับ
โดยหลักการแล้ว การออกแบบท่อลมจะมีจุดสมดุลระหว่าง 2 ปัจจัยคือ:
- ความเร็วต่ำ (Low Velocity): ลดเสียงรบกวน ลดแรงเสียดทาน (ประหยัดพลังงานพัดลม) แต่ท่อจะมีขนาดใหญ่ เปลืองพื้นที่ติดตั้ง
- ความเร็วสูง (High Velocity): ท่อเล็ก ประหยัดพื้นที่และค่าวัสดุ แต่เสียงดังและกินไฟพัดลมมากกว่า
สรุปค่าความเร็วลมที่แนะนำ (Recommended) และค่าสูงสุด (Maximum) ตามคู่มือ ASHRAE สำหรับระบบความเร็วต่ำ (Low Velocity Systems) มีดังนี้ครับ:
- ความเร็วลมในท่อส่งลม (Supply Air Ducts)
ประเภทอาคาร ตำแหน่งท่อ ความเร็วที่แนะนำ (Recommended) ความเร็วสูงสุด (Maximum)
ที่พักอาศัย ท่อเมน (Main Ducts) 700 – 900 FPM (3.5 – 4.5 m/s) 1,000 FPM (5 m/s)
(Residences) ท่อแยก (Branch Ducts) 600 FPM (3 m/s) 800 FPM (4 m/s)
ท่อลมกลับ (Return) 600 FPM (3 m/s) 800 FPM (4 m/s)
อาคารพาณิชย์/โรงเรียน ท่อเมน (Main Ducts) 1,000 – 1,300 FPM (5 – 6.5 m/s) 1,500 FPM (7.6 m/s)
(Schools/Offices) ท่อแยก (Branch Ducts) 600 – 900 FPM (3 – 4.5 m/s) 1,200 FPM (6 m/s)
ท่อลมกลับ (Return) 800 FPM (4 m/s) 1,000 FPM (5 m/s)
โรงงานอุตสาหกรรม ท่อเมน (Main Ducts) 1,200 – 1,800 FPM (6 – 9 m/s) 2,500 FPM (12.7 m/s)
(Industrial) ท่อแยก (Branch Ducts) 800 – 1,000 FPM (4 – 5 m/s) 1,800 FPM (9 m/s) ความเร็วลมผ่านอุปกรณ์ต่างๆ (Equipment Face Velocity)
การเลือกความเร็วลมผ่านหน้าอุปกรณ์สำคัญมาก เพราะถ้าเร็วเกินไปอาจทำให้น้ำกระเด็น (Carryover) หรือประสิทธิภาพการกรองลดลง- ช่องรับลมภายนอก (Outdoor Air Intakes/Louvers): 500 FPM (2.5 m/s) เพื่อป้องกันน้ำฝนสาดเข้า
- แผ่นกรองอากาศ (Filters): 250 – 300 FPM (1.25 – 1.5 m/s) สำหรับกรองละเอียด, 500 FPM (2.5 m/s) สำหรับกรองหยาบ
- คอยล์เย็น (Cooling Coils): 400 – 500 FPM (2.0 – 2.5 m/s) ไม่ควรเกิน 550 FPM เพื่อป้องกันน้ำจากถาดน้ำทิ้งปลิวตามลม
- หัวจ่ายลม (Diffusers/Grilles): ขึ้นอยู่กับระยะเป่า (Throw) และเสียง (NC) โดยทั่วไปอยู่ที่ 400 – 800 FPM ที่คอหัวจ่าย
ข้อควรระวังในการออกแบบ (Design Considerations) - เรื่องเสียง (Noise): หากพื้นที่ต้องการความเงียบสงบมาก (เช่น ห้องอัดเสียง, ห้องนอน, ห้องสมุด) ควรใช้ค่าความเร็วในเกณฑ์ “แนะนำ” หรือต่ำกว่านั้น
- การสูญเสียแรงดัน (Static Pressure Loss): ยิ่งความเร็วสูง Friction Loss ยิ่งมาก ทำให้ต้องใช้พัดลมที่มี Static Pressure สูงขึ้น ซึ่งกินไฟมากขึ้น
- ท่อลมกลับ (Return Air): ควรออกแบบให้ความเร็วต่ำกว่าท่อส่งลมเสมอ เพื่อลดเสียงรบกวนที่อาจส่งผ่านกลับไปยังพื้นที่ใช้งานได้ง่ายกว่า
HVAC Duct Design using ASHRAE & SMACNA Standards